สื่่อการพัฒนาการศึกษาเรื่องอาเซียน (ประเทศไทย)
วันอาทิตย์ที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557
ทำเลที่ตั้ง
ประเทศไทยตั้งอยู่ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ บนคาบสมุทรอินโดจีน
ระหว่างเส้นละติจูดที่ 5 องศา 37 ลิปดาเหนือ กับ 20 องศา 27 ลิปดาเหนือ
และระหว่างเส้นลองจิจูดที่ 97 องศา 22 ลิปดาตะวันออก กับ 105 องศา 37 ลิปดาตะวันออก
มีพื้นที่ 513,115 ตารางกิโลเมตร รูปร่างคล้ายขวานโบราณ
- ขอขอบคุณวิดิโอจาก Youtube นะคะ
วันอาทิตย์ที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557
สัญลักษณ์ประจำชาติไทย
สัญลักษณ์ประจำชาติไทย
เพื่อนๆ รู้หรือไม่ว่าสัญลักษณ์ประจำชาติไทยมีอะไรบ้าง
1.สัตว์ประจำชาติไทย
ช้างไทย ภาพสัญลักษณ์เป็นช้างเผือกภายในวงกลมพื้นสีแดง
ช้างไทยเป็นสัตว์เกี่ยวข้องกับประวัติศาสตร์ และประเพณีไทยมาช้านาน ช้างมีลักษณะตามตำราคชศาสตร์จะเป็นช้างคู่บารมีพระมหากษัตริย์
2.ดอกไม้ประจำชาติ
ดอกราชพฤกษ์(ดอกคูน) มีสีเหลืองออกดกอเป็นช่อห้อยระย้า
ต้นราชพฤกษ์เป็นต้นไม้พื้นเมือง ปลูกขึ้นได้ทุกภาค มีอายุยืน ทรวดทรงและพุ่มสวยงามมาก
ในอดีตคนไทยใช้แก่นไม้ราชพฤกษ์ในพิธีสำคัญๆ เช่น พิธีลงหลักเมือง
ใช้เป็นเสาเอกในการก่อสร้างพระตำหนัก เป็นต้น
3.สถาปัตยกรรมประจำชาติไทย
ศาลาไทย แสดงถึงความอุดมสมบูรณ์และเป็นประเทศเกษตรกรรม ฉากหลังเป็นวงกลมสีฟ้า
แสดงถึงท้องฟ้าที่สดใสของประเทศไทย ศาลาไทยเป็นสถาปัตยกรรมที่สะท้อนภูมิปัญญาช่างไทย
มีเอกลักษณ์สง่างาม และโดนเด่น
เพื่อนๆ รู้หรือไม่ว่าสัญลักษณ์ประจำชาติไทยมีอะไรบ้าง
1.สัตว์ประจำชาติไทย
ช้างไทย ภาพสัญลักษณ์เป็นช้างเผือกภายในวงกลมพื้นสีแดง
ช้างไทยเป็นสัตว์เกี่ยวข้องกับประวัติศาสตร์ และประเพณีไทยมาช้านาน ช้างมีลักษณะตามตำราคชศาสตร์จะเป็นช้างคู่บารมีพระมหากษัตริย์
2.ดอกไม้ประจำชาติ
ดอกราชพฤกษ์(ดอกคูน) มีสีเหลืองออกดกอเป็นช่อห้อยระย้า
ต้นราชพฤกษ์เป็นต้นไม้พื้นเมือง ปลูกขึ้นได้ทุกภาค มีอายุยืน ทรวดทรงและพุ่มสวยงามมาก
ในอดีตคนไทยใช้แก่นไม้ราชพฤกษ์ในพิธีสำคัญๆ เช่น พิธีลงหลักเมือง
ใช้เป็นเสาเอกในการก่อสร้างพระตำหนัก เป็นต้น
3.สถาปัตยกรรมประจำชาติไทย
แสดงถึงท้องฟ้าที่สดใสของประเทศไทย ศาลาไทยเป็นสถาปัตยกรรมที่สะท้อนภูมิปัญญาช่างไทย
มีเอกลักษณ์สง่างาม และโดนเด่น
ตราแผ่นดิน
ตราแผ่นดิน
ตราแผ่นดินของประเทศไทยเป็นรูปครุฑ หรือ พระครุฑพ่าห์ มีลักษณะเป็นรูปครุฑกางปีก
*พระครุฑพ่าห์ หมายถึง ครุฑซึ่งเป็นพาหนะ
เคร็ดความรู้
ที่มาของการใช้พระครุฑพ่าห์เป็นตราแผ่นดิน
ครุฑ สัตว์กึ่งเทพผู้เป็นพญาแห่งนกนั้น เป็นพาหนะของพระนารายณ์ในตำนานเทพเจ้าู่ของศาสนาพราหมณ์ ตามคติของคนไทยโบราณเชื่อว่า กษัตริย์คือพระนารายณ์อวตารดังนั้นจึงนำรูปครุฑผู้มีฤทธิ์มากซึ่งเป็นพาหะคู่บุญบารมีของพระนารายณ์มาใช้เป็นสัญลักษณ์ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน
วันชาติ
วันชาติไทยตรงกับวันที่ 5 ธันวาคมของทุกปี ตามวันพระราชสมภพของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชมหาราช พระมหากษัตริย์ของปวงชนชาวไทย
ค่ะ..และนี่ก็เป็นความรู้เล็กๆน้อยสำหรับประเทศไทยนะคะ แต่ยังไม่หมดแค่นี้นะยังมีอีกเยอะที่พวกเราจะมานำเสนอติดตามด้วยนะคะ^^
ตราแผ่นดินของประเทศไทยเป็นรูปครุฑ หรือ พระครุฑพ่าห์ มีลักษณะเป็นรูปครุฑกางปีก
*พระครุฑพ่าห์ หมายถึง ครุฑซึ่งเป็นพาหนะ
เคร็ดความรู้
ที่มาของการใช้พระครุฑพ่าห์เป็นตราแผ่นดิน
ครุฑ สัตว์กึ่งเทพผู้เป็นพญาแห่งนกนั้น เป็นพาหนะของพระนารายณ์ในตำนานเทพเจ้าู่ของศาสนาพราหมณ์ ตามคติของคนไทยโบราณเชื่อว่า กษัตริย์คือพระนารายณ์อวตารดังนั้นจึงนำรูปครุฑผู้มีฤทธิ์มากซึ่งเป็นพาหะคู่บุญบารมีของพระนารายณ์มาใช้เป็นสัญลักษณ์ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน
วันชาติ
วันชาติไทยตรงกับวันที่ 5 ธันวาคมของทุกปี ตามวันพระราชสมภพของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชมหาราช พระมหากษัตริย์ของปวงชนชาวไทย
ค่ะ..และนี่ก็เป็นความรู้เล็กๆน้อยสำหรับประเทศไทยนะคะ แต่ยังไม่หมดแค่นี้นะยังมีอีกเยอะที่พวกเราจะมานำเสนอติดตามด้วยนะคะ^^
วันอาทิตย์ที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2557
ประวัติความเป็นมาของประเทศไทย
สวัสดีค่ะ...วันนี้พวกเราจะมาเล่าประวัติความเป็นมาของประเทศไทยกันค่ะ ^^
ประเทศไทยแต่เดิมมีชื่อว่า "ประเทศสยาม" หรือ "สยามประเทศ"
ดิน แดนที่เป็นประเทศไทยส่วนใหญ่นับแต่บริเวณภาคใต้ไปจนภาคเหนือ อันเป็นเขต ป่าเขานั้น อยู่ในบริเวณที่เรียกว่า กึ่งชุ่มชื้น และกึ่งแห้งแล้ง จึงเป็นบริเวณที่เหมาะสมแก่การตั้งหลักแหล่งของชุมชนมนุษย์ให้เป็นบ้านเมือง ได้เกือบทั้งสิ้น
รัฐหรือแคว้นในดินแดนประเทศไทยในระยะแรกเริ่มส่วนใหญ่ เกิดขึ้นในบริเวณภาคกลาง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคใต้ เกิดขึ้นในช่วงเวลาประมาณพุทธศตวรรษ ที่ 7-8 เรื่อยมา จนถึงพุทธศตวรรษที่ 15 การย้ายเข้ามาตั้งถิ่นฐานจึงเลือกเฟ้นและจำกัดอยู่ในบริเวณภูมิภาคดังกล่าว ที่มีความเหมาะสมทั้งในด้านเกษตรกรรมและการเป็นแหล่งแลกเปลี่ยนสินค้ากว่าบริเวณอื่น ๆ ภาคอื่นซึ่งได้แก่ภาคเหนือและบริเวณอื่นที่ใกล้เคียงก็มีผู้คนอยู่เพียงแต่มีแต่เป็นชุมชนเล็ก ๆ กระจายอยู่ตามท้องถิ่นต่าง ๆ เท่านั้น
กรุงศรีอยุธยาตั้งแต่รัชกาลสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถลงมา นับได้ว่ามีฐานะเป็นราชอาณาจักรสยามอย่างแท้จริงสิ่งสำคัญที่แสดงให้เห็นว่ากรุงศรีอยุธยาในสมัยสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ เป็นอาณาจักรสยามอย่างแท้จริง คือมีหลักฐานทั้งด้านพระราชพงศาวดารและกฎหมายเก่าตลอดจนจารึกและลายลักษณ์อื่น ๆ ที่ชี้ให้เห็นว่ามีการปฏิรูปการปกครองและการบริหารราชการแผ่นดินที่รวมศูนย์แห่งอำนาจมาอยู่ภายใต้พระมหากษัตริย์ ณ ราชธานีเพียงแห่งเดียว
นั่นก็คือ การยกเลิกการแต่งตั้งเจ้านายในพระราชวงศ์ เช่น พระราชโอรส พระราชนัดดา ไปปกครองเมืองสำคัญที่เรียกว่า เมืองลูกหลวง หรือหลานหลวง ตั้งแต่ก่อนออกกฎข้อบังคับให้บรรดาเจ้านายอยู่ภายในนครโดยมีการแต่งตั้งให้มีตำแหน่ง ชั้นยศ ศักดิ์ และสิทธิพิเศษของแต่ละบุคคล ส่วนในเรื่องการปกครองหัวเมืองนั้น โปรดให้มีการแต่งตั้งขุนนางจากส่วนกลางไปปกครองเจ้าเมือง ขุนนาง และคณะกรรมการเมืองแต่ละเมืองมีตำแหน่ง ยศ ชั้น ราชทินนาม และศักดินา ลำดับในลักษณะที่สอดคล้องกับขนาดและฐานความสำคัญของแต่ละเมือง ส่วนเมืองรองลงมาได้แก่ เมืองชั้นโท และชั้นตรี ที่มีเจ้าเมืองมียศเป็นพระยาหรือออกญาลงมา บรรดาเจ้าเมืองเหล่านี้ไม่มีอำนาจและสิทธิในการปกครองและการบริหารเต็มที่อย่างแต่ก่อน จะต้องขึ้นอยู่กับการควบคุมของเจ้าสังกัดใหญ่ในพระนครหลวง ซึ่งประกอบด้วยฝ่ายทหารและพลเรือน
นับตั้งแต่พุทธศตวรรษที่ 20 ลง มา ผู้ที่เรียกว่าชาวสยามหรือเมืองที่เรียกว่าสยามนั้น หมายถึงชาวกรุงศรีอยุธยาและราชอาณาจักรอยุธยาในลักษณะที่ให้เห็นว่าแตกต่าง ไปจากชาวเชียงใหม่ ชาวล้านนา ชาวรามัญ ชาวกัมพูชา ของบ้านเมืองที่อยู่ใกล้เคียงกันค่ะ...
ค่ะและนี่ก็เป็นประวัติความเป็นมาของประเทศไทยของเราแบบย่อนะคะ...วันหน้าพวกเราจะมาเล่าต่อนะคะ^^
ประเทศไทยแต่เดิมมีชื่อว่า "ประเทศสยาม" หรือ "สยามประเทศ"
ดิน แดนที่เป็นประเทศไทยส่วนใหญ่นับแต่บริเวณภาคใต้ไปจนภาคเหนือ อันเป็นเขต ป่าเขานั้น อยู่ในบริเวณที่เรียกว่า กึ่งชุ่มชื้น และกึ่งแห้งแล้ง จึงเป็นบริเวณที่เหมาะสมแก่การตั้งหลักแหล่งของชุมชนมนุษย์ให้เป็นบ้านเมือง ได้เกือบทั้งสิ้น
รัฐหรือแคว้นในดินแดนประเทศไทยในระยะแรกเริ่มส่วนใหญ่ เกิดขึ้นในบริเวณภาคกลาง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคใต้ เกิดขึ้นในช่วงเวลาประมาณพุทธศตวรรษ ที่ 7-8 เรื่อยมา จนถึงพุทธศตวรรษที่ 15 การย้ายเข้ามาตั้งถิ่นฐานจึงเลือกเฟ้นและจำกัดอยู่ในบริเวณภูมิภาคดังกล่าว ที่มีความเหมาะสมทั้งในด้านเกษตรกรรมและการเป็นแหล่งแลกเปลี่ยนสินค้ากว่าบริเวณอื่น ๆ ภาคอื่นซึ่งได้แก่ภาคเหนือและบริเวณอื่นที่ใกล้เคียงก็มีผู้คนอยู่เพียงแต่มีแต่เป็นชุมชนเล็ก ๆ กระจายอยู่ตามท้องถิ่นต่าง ๆ เท่านั้น
กรุงศรีอยุธยาตั้งแต่รัชกาลสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถลงมา นับได้ว่ามีฐานะเป็นราชอาณาจักรสยามอย่างแท้จริงสิ่งสำคัญที่แสดงให้เห็นว่ากรุงศรีอยุธยาในสมัยสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ เป็นอาณาจักรสยามอย่างแท้จริง คือมีหลักฐานทั้งด้านพระราชพงศาวดารและกฎหมายเก่าตลอดจนจารึกและลายลักษณ์อื่น ๆ ที่ชี้ให้เห็นว่ามีการปฏิรูปการปกครองและการบริหารราชการแผ่นดินที่รวมศูนย์แห่งอำนาจมาอยู่ภายใต้พระมหากษัตริย์ ณ ราชธานีเพียงแห่งเดียว
นั่นก็คือ การยกเลิกการแต่งตั้งเจ้านายในพระราชวงศ์ เช่น พระราชโอรส พระราชนัดดา ไปปกครองเมืองสำคัญที่เรียกว่า เมืองลูกหลวง หรือหลานหลวง ตั้งแต่ก่อนออกกฎข้อบังคับให้บรรดาเจ้านายอยู่ภายในนครโดยมีการแต่งตั้งให้มีตำแหน่ง ชั้นยศ ศักดิ์ และสิทธิพิเศษของแต่ละบุคคล ส่วนในเรื่องการปกครองหัวเมืองนั้น โปรดให้มีการแต่งตั้งขุนนางจากส่วนกลางไปปกครองเจ้าเมือง ขุนนาง และคณะกรรมการเมืองแต่ละเมืองมีตำแหน่ง ยศ ชั้น ราชทินนาม และศักดินา ลำดับในลักษณะที่สอดคล้องกับขนาดและฐานความสำคัญของแต่ละเมือง ส่วนเมืองรองลงมาได้แก่ เมืองชั้นโท และชั้นตรี ที่มีเจ้าเมืองมียศเป็นพระยาหรือออกญาลงมา บรรดาเจ้าเมืองเหล่านี้ไม่มีอำนาจและสิทธิในการปกครองและการบริหารเต็มที่อย่างแต่ก่อน จะต้องขึ้นอยู่กับการควบคุมของเจ้าสังกัดใหญ่ในพระนครหลวง ซึ่งประกอบด้วยฝ่ายทหารและพลเรือน
นับตั้งแต่พุทธศตวรรษที่ 20 ลง มา ผู้ที่เรียกว่าชาวสยามหรือเมืองที่เรียกว่าสยามนั้น หมายถึงชาวกรุงศรีอยุธยาและราชอาณาจักรอยุธยาในลักษณะที่ให้เห็นว่าแตกต่าง ไปจากชาวเชียงใหม่ ชาวล้านนา ชาวรามัญ ชาวกัมพูชา ของบ้านเมืองที่อยู่ใกล้เคียงกันค่ะ...
ค่ะและนี่ก็เป็นประวัติความเป็นมาของประเทศไทยของเราแบบย่อนะคะ...วันหน้าพวกเราจะมาเล่าต่อนะคะ^^
วันอาทิตย์ที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2557
แนะนำสมาชิก
สวัสดีค่ะ...ขอต้อนรับเข้าสู่ "ประเทศไทย" นะคะ วันนี้พวกเราจะมาแนะนำสมาชิกกันค่ะ เริ่มจากคนแรกกันเลย^^
1. ด.ช.บรรดิษฐ์ เกาะสิงห์ ม.3/1
2. ด.ช.หิรัญ พุทธจัน ม.3/1
3. ด.ญ.ศศินา ทองสายออ ม.3/1
4. ด.ญ.นภัสกร สาลีสี ม.3/1
5. ด.ญ.นุชจรีย์ อู๋สังข์ ม.3/2
6. ด.ญ.พรพักตร์ เครือแวงมล ม.3/2
7. ด.ญ.ประกายทิพย์ หอมหวล ม.3/2
8. ด.ญ.นิศารัตน์ นามเสาร์ ม.2/1
9. ด.ญ.ธนชัย ทองเพ็ชร ม.2/1
10. ด.ญ.วีรวรรณ รามศิริ ม.2/1
11. ด.ช.ยศสรัล จันทา ม.2/2
12. ด.ญ.ภัทราพร บุตรดีไชย ม.2/2
13. ด.ญ.วิยะดา ศิริกันรัตน์ ม.2/2
14. ด.ญ.เบญจภรณ์ ไชยพงศ์ ม.1/1
15. ด.ช.วีรจิตร เกาะสิงห์ ม.1/1
16. ด.ช.เจษฎากร วันทอง ม.1/1
17. ด.ช.ทรนง สุจิมงคล ม.1/2
18. ด.ช. ภานุพันธ์ ศรีสะอาด ม.1/2
19. ด.ช.สุพจน์ จันโทมา ม.1/2
และนี่...ก็เป็นสมาชิกของกลุ่มเราค่ะ ^_^
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)




.jpg)